เลือกครีมกันแดด-มะเร็งผิวหนัง

ช่วงหน้าร้อนโดยเฉพาะช่วงกลางเดือนเมษาของทุกปี นับเป็นฤดูที่แดดแรงจัด อุณหภูมิประเทศไทยเราจะร้อนระอุมากกว่าเดือนอื่นๆถึง 36-39 องศาโดยประมาณ ตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา นับเป็นอันตรายกับผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ยิ่งควรหลบเลี่ยงจากแสงแดด สิ่งท่ีจะปกป้องผิวจากแสงแดดได้คือการสวมเสื้อแขนยาวหรือกางเกงขายาวหรือกางร่ม เพื่อไม่ให้แสงแดดถูกผิวหนังโดยตรง และอีกหนึ่งวิธีคือการทาครีมกันแดด 


อันตรายจากแสงแดด อาจทำให้ผิวคล้ำ ไหม้ มีอาการแสบร้อนและคัน เกิดฝ้ากระ ผิวเหี่ยวย่น และอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังตามมา โดยแยกออกเป็นรังสี UVA และ UVB

  1. UVA อยู่ในช่วงความยาวคลื่น 320-400 นาโนเมตร ทำให้เกิดผิวคล้ำ ริ้วรอย ผิวเหี่ยวย่น
  2. UVB มีความยาวคลื่น 290-320 นาโนเมตร ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ผิวหนังไหม้แดง

    ทาครีมกันแดด- สสนส

การเลือกครีมกันแดดที่ช่วยปกป้องผิวได้ยาวนาน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ล่ะบุคคลและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การปกป้องผิวจากรังสี UVA ให้เลือกที่ระบุค่า PA (Protection Grade of UVA) ซึ่งนิยมใช้ในแถบเอเซีย ดังนี้

  1. PA + หมายถึง สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ 1-4 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้น้อย
  2. PA ++ หมายถึง สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ 4-8 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้ปานกลาง เหมาะสำหรับคนที่ทำงานในร่ม
  3. PA +++ หมายถึง สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ 8-16 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้มาก เหมาะสำหรับคนที่ทำงานกลางแดดเป็นส่วนใหญ่
  4. PA ++++ หมายถึง สามารถป้องกันรังสี UVA ได้ 16 เท่าขึ้นไป ของผิวปกติ หรือป้องกันได้สูงมาก เหมาะสำหรับคนที่ทำงานกลางแดดตลอดเวลา

    ป้องกันรังสี-UV-สสนส

ส่วนครีมกันแดดที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVB จะระบุค่า SPF (Sunburn Protection Factor)

สภาพผิวขาว/ผิวสีแทน

  1. SPF 15 ช่วยป้องกันรังสี UVB ได้ 93% เหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน อยู่ได้ประมาณ 1 ชั่วโมง
  2. SPF 30 ช่วยป้องกันรังสี UVB ได้ 97% เหมาะสำหรับการออกแดด อยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง
  3. SPF 50 ช่วยป้องกันรังสี UVB ได้ 98% เหมาะสำหรับการออกแดดจัดเป็นเวลานาน อยู่ได้ประมาณ 5 ชั่วโมง

สภาพผิวคล้ำ

  1. SPF 15 ช่วยป้องกันรังสี UVB ได้ 93% เหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน อยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง
  2. SPF 30 ช่วยป้องกันรังสี UVB ได้ 97% เหมาะสำหรับการออกแดด อยู่ได้ประมาณ อยู่ได้ประมาณ 7 ชั่วโมง
  3. SPF 50 ช่วยป้องกันรังสี UVB ได้ 98% เหมาะสำหรับการออกแดดจัดเป็นเวลานาน  อยู่ได้ประมาณ 15 ชั่วโมง

    บำรุงผิวหน้า-สสนส

ทั้งนี้หากผิวเกิดอาการระคายเคือง แสบร้อนจากแสงแดด สิ่งที่จะช่วยกู้ผิวได้ดี โดยการ

  1. ใช้เจลเย็นประคบผิว เพื่อให้ผิวมีอุณหภูมิเย็นลง ลดการอักเสบ
  2. ทาครีมบำรุงผิว แต่ควรใช้สูตรที่มีความอ่อนโยน เพราะสภาพผิวยังอ่อนแออยู่
  3. มาส์กบำรุงผิวหรือสครับผิวจากธรรมชาติ อย่างเช่น โยเกิร์ต แตงกวา
  4. ดื่มน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว