ลดน้ำหนักผิดวิธี-อย.

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยการมี “หุ่นดี” ก็เป็นที่ปารถนาอยู่เสมอ ทำให้ผู้คนสรรหาวิธีการลดความอ้วนต่าง ๆ มากมาย ทั้งวิธีลดที่ถูกต้อง มีสุขภาพดีและวิธีลดแบบผิด ๆ ที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย

ตัวอย่างการลดน้ำหนักที่ผิดวิธี

ลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารหรือควบคุมการกินอาหารที่ผิดวิธี

การอดอาหารหรือกินน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการมากเกินไป ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ ทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย จะส่งผลให้ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง ขาดสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ อาจทำให้เสียชีวิตได้ และ การอดอาหารจะยิ่งทำให้หิวมากขึ้นและรับประทานมากขึ้นในมื้อต่อ ๆ ไป วิธีลดแบบนี้ในช่วงแรกน้ำหนักจะลด  แต่ในระยะยาวอาจจะรักษาน้ำหนักให้คงที่ไว้ไม่ได้ รวมถึงอาจจะทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายผิดปกติเผาผลาญพลังงานได้น้อยลงได้

ซื้อยาหรืออาหารเสริมลดความอ้วนมาใช้เอง โดยไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการใช้ยา โดยมักจะมีตัวยา ดังนี้

  1. ยาลดความอยากอาหาร เช่น เฟนเตอมีน (Phentermine)
    ผลข้างเคียง  – นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง อาจหมดสติหรือชักได้ หากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการติดยาได้
  2. ไทรอยด์ฮอร์โมน น้ำหนักที่ลดลงเกิดจากการทำลายโปรตีนของกล้ามเนื้อแทนที่จะเป็นไขมัน
    ผลข้างเคียง  – ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  3. ยาขับปัสสาวะ ไม่มีผลในการลดแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับ มีผลเพียงทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายลดลงเท่านั้น
    ผลข้างเคียง – สูญเสียสมดุลของเกลือแร่ที่สำคัญต่อร่างกายไปด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายอาการผิดปกติต่อหัวใจ สมอง และอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
  4. ยาถ่ายหรือยาระบาย ไม่มีผลในการลดแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับ เป็นการขับอาหารออกจากทางเดินอาหาร
    ผลข้างเคียง หากใช้ปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการท้องเดิน ร่างกายสูญเสียสมดุลของน้ำและเกลือแร่ เกิดอันตรายได้ และการใช้ยาระบายติดต่อกันนานๆ ส่งผลร่างกายเริ่มทนต่อยา

    ลดความอ้วนผลข้างเคียง-อย

วิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้องและปลอดภัย

การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง คือ การควบคุมอาหารควบคู่กับการออกกำลังกาย โดยการควบคุมอาหารจะมีผลมากกว่า ควรควบคุมพลังงานแคลลอรี่ไม่ให้เกินที่ร่างกายต้องการ ลดอาหารพวกไขมันลง เน้นสารอาหารโปรตีน หลีกเลี่ยงการรับประทานเกลือและน้ำตาล