สินค้าไรมาตรฐาน

สมอ. สั่งลุยร้านทุกอย่าง 20 บาท หลังชาวบ้านแจ้งร้องเรียน ใช้แล้วพัง สินค้าห่วยไรคุณภาพ เตือนหากขายต่อโดนจับติดคุกแน่

นายพิสิฐ รังสฤษฏ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เผยว่า ทางสมอ.เชิญผู้ประกอบการร้านจำหน่ายสินค้าทุกอย่าง 20 บาท มาร่วมหารือแนวทางการจำหน่ายสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม (มอก.) เหตุเพราะได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภค เมื่อซื้อสินค้าบางรายการแล้วนำไปใช้ได้ไม่นานและเกิดความเสียหาย จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการสินค้าร้าน 20 บาทรับทราบว่าสินค้าประเภทใดบ้างที่จำเป็นต้องจำหน่ายให้เป็นไปตาม มอก.ภาคบังคับ อย่างเช่น ปลั๊กไฟสายพ่วง สวิตช์ไฟฟ้า สีเทียน สีชอล์ก ไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก แอลกอฮอล์แข็ง

จับร้านทุกอย่าง20

 

ต่อไปหากพบว่าร้านค้ายังไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท หรือจำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ทาง สมอ.ไม่ได้มีเจตนาเข้าไปจับกุมหรือปรับพ่อค้าแม่ค้าโดยไม่มีการแจ้งเตือน จึงต้องเรียกผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจระเบียบข้อบังคับให้เข้าใจตรงกันเสียก่อน หากยังฝ่าฝืนก็อาจถูกจับและปรับได้ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องจำหน่ายตามมาตรฐาน มอก.ภาคบังคับ เพราะใช้ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคจึงควรมีมาตรฐานสูง และ สมอ.ได้มีมาตรฐานต่างๆในการทดสอบจนแน่ใจว่าไม่เกิดอันตรายต่อทรัพย์สินและชีวิตของผู้บริโภค อย่างอุปกรณ์ไฟฟ้าจะทดสอบถึงคุณสมบัติการทนความร้อน พลาสติกหุ้มสายไฟไม่ไหม้ ขาดหลุดง่าย หรือสีเทียน สีชอล์ก ที่เด็กๆใช้กันมากจะต้องไม่เป็นอันตรายกับเด็ก จึงอยากให้ผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าประเภท มอก.ภาคบังคับให้เป็นไปตามระเบียบ

สินค้าไร้คุณภาพ

 

ขอแนะนำให้ผู้บริโภคเน้นการเลือกซื้อสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ มอก.เท่านั้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐาน ไม่อยากให้ซื้อสินค้าที่มีราคาถูกแต่ไร้คุณภาพ เพราะอาจเป็นอันตรายกับชีวิตและทรัพย์สิน  เช่นที่ผ่านมามีข่าวการเกิดเหตุไฟไหม้บ่อยครั้ง มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดจากใช้สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดเหตุไฟช็อตจนติดไฟได้ง่าย

ลุยร้านทุกอย่าง 20 บาท

 

นอกจากนี้ยังได้เตรียมประกาศให้อุปกรณ์จ่ายไฟแบบพกพาสำหรับมือถือ (เพาเวอร์แบงก์) ให้เป็นไปตาม มอก.ภาคบังคับ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการต่างๆอยู่ แม้ว่าเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคใช้อย่างแพร่หลายมาสักระยะแล้ว แต่การประกาศสินค้าเป็น มอก.ภาคบังคับ ต้องมีขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการที่ต้องปรับตัว และให้ความคุ้มครองผู้บริโภค เพราะหากประกาศเป็นสินค้า มอก.ภาคบังคับแล้ว ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายจะต้องผลิต นำเข้าและจำหน่ายเฉพาะสินค้าที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และต้องแสดงเครื่องหมายที่สินค้าด้วย ด้านนายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ.เตรียมออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ให้กระติกน้ำพลาสติกเป็นสินค้าควบคุมฉลากเป็นครั้งแรก หลังจากตรวจพบร้านขายอาหารตามสั่ง และร้านส้มตำอาหารอีสานหลายแห่ง มักใช้กระติกน้ำพลาสติก ซึ่งเดิมมักถูกใช้เป็นอุปกรณ์ใส่น้ำ หรือน้ำแข็ง แต่กลับถูกนำมาใช้ใส่ของร้อน เช่น ข้าวต้ม ข้าวสวย และข้าวเหนียวแทน ทำให้สารเคมีที่อยู่ในพลาสติกเกิดการละลายแล้วไหลมาปนเปื้อนกับอาหาร และเมื่อผู้บริโภคได้รับประทานอาหารเข้าไปจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก