น้ำพลูคาวทำตาบอด

วันที่ 5 ก.ย. นางคำแงง สุวรรณะ อายุ 55 ปี ชาวบ้านโนนลาน ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในสภาพผู้ป่วยสูญเสียดวงตาข้างขวา พร้อมบรรดาญาติๆ นำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำพลูคาว ที่มีตัวแทนจำหน่ายนำมาเสนอขายให้ โดยอ้างว่าสามารถดื่มเพื่อรักษาอาการปวดขาและใช้หยอดตา เพื่อรักษาอาการต้อกระจกได้ เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังจากที่ผู้เสียหายต้องสูญเสียดวงตาข้างขวาไปตลอดชีวิต จากการนำผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องดื่มมาหยอดตาตามคำแนะนำของพนักงานขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว จนดวงตาขวาติดเชื้อรุนแรงและแพทย์ต้องทำการผ่าตัดนำดวงตาออก ก่อนที่เชื้อจะลุกลาม

นางคำแงง เล่าว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้มีพนักงานขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นชาย 2 คน ได้นำผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งระบุว่าผลิตใน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาเสนอขายให้กับตนโดยอ้างว่า สามารถรักษาอาการปวดตามข้อกระดูกและร่างกายได้ ด้วยความที่ตนป่วยเป็นโรคเบาหวาน เวลาจะเดินก็ทำได้ลำบากเพราะปวดตามข้อและขา จึงซื้อไว้ทาน 1 ขวด

ตาบอดเพราะอาหารเสริมน้ำพลูคาว

ซึ่งในระหว่างซื้อขายพนักงานขายได้สังเกตเห็นดวงตาของตนว่ามีต้อกระจก ตัวแทนจำหน่ายจึงบอกว่า ให้นำเครื่องดื่มสมุนไพรหยอดตาด้วย ซึ่งจะทำให้อาการตาต้อกระจกหาย โดยตัวแทนจำหน่าย ได้แบ่งเครื่องดื่มสมุนไพรใส่ในขวดเล็กไว้ให้ แต่ในตอนนั้นตนยังไม่เชื่อจึงยังไม่นำมาหยอด กระทั่งตนดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรไปได้ประมาณ 1 เดือน ก็รู้สึกว่าอาการปวดขาเริ่มดีขึ้น จึงซื้อมาดื่มอีก 1 ขวด คราวนี้พนักงานขายได้กำชับตนว่าให้นำมาหยอดตา ตนจึงทำตามเพราะเห็นว่าอาการปวดขาดีขึ้นจึงคิดว่าตาต้อกระจกก็น่าจะหาย

จากนั้นตนจึงเริ่มนำมาหยอดแบบวันเว้นวัน ซึ่งหยอดแต่ละครั้งก็จะมีอาการแสบร้อน จึงได้โทรศัพท์สอบถามกับพนักงานขายก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติ กระทั่งตนหยอดเป็นครั้งที่ 6 กลับแสบตา ผิดปกติ จึงตัดสินใจให้ญาติพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลขอนแก่น จนทราบว่าดวงตาติดเชื้อและเยื่อตาทะลุ แพทย์บอกว่าต้องผ่าตัดนำดวงตาข้างขวาออก ไม่เช่นนั้นเชื้อจะลุกลามเข้าสู่สมองซึ่งจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ก่อนที่แพทย์จะผ่าตัดเอาดวงตาข้างขวาออกไป

นางคำแงง กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ตนออกจากโรงพยาบาล ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น และเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อเอาผิดกับตัวแทนจำหน่าย และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้มาตรฐานหรือไม่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้บริษัทผู้ผลิตรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตน