ค้นโรงงานลดน้ำหนัก แกลโล

เวลา 10.00 น. ที่หมู่บ้าน ไลฟ์บางกอกบลูเลอวาร์ด แขวงบางเวก เขตภาษีเจริญ กทม. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ร่วมกับ ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้อำนวยการสำนักกงานคณะกรรมการอาหารและยา นำทีมตรวจ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เลขที่ 529/183 เปิดเป็น บริษัท แกลโล ริช อินเตอร์ จำกัด มีพนักงานแพ็กของนำตรวจค้น

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการเข้าตรวจค้นพบ เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า ค้นพบกล่องที่ใช้บรรจุอาหารเสริม กล่องเปล่าจำนวน 268,200 กล่อง ซึ่งในแต่ละกล่อง จะขายกล่องละ 680 บาท หากขายครบตามจำนวนกล่องที่มี จะขายได้ 182,376,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่ายังมีมากกว่านี้ นอกเหนือจากนั้น พบการใช้เครื่องหมายฮาลาลปลอม ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ยืนยันว่า คนอิสลามสามารถทานได้ และพบ รายชื่อดาราที่จะใช้เป็นพรีเซ็นเตอร์ และสคริปการพูดสรรพคุณ ตามเงื่อนไขการทำแคมเปน โฆษณา ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และจะได้รับผลประโยชน์จากยอดไลค์ที่ได้ ดังนั้น ผู้เขียนสคริป หรือดารานักแสดง จะต้องรับผิดชอบคำพูดของตนเอง ซึ่งส่งผลให้กับประชาชนที่คล้อยตามและซื้อสินค้า

บุกค้นโรงงานแกลโล

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวอีกว่า สถานที่แห่งนี้จดแจ้งเป็นชื่อของ บริษัท แกลโล ริช อินเตอร์ จำกัด ซึ่งมี นายเจนสรรค์ เตชะสุริยะนันท์ เป็นเจ้าของ คาดว่าทำมานานประมาณ 2-3 ปี ขณะนี้จะทำการตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวส่งออกขายต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ ได้ ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไปบางส่วนแล้ว

ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า ในขณะนี้ ผลิตภัณฑ์ แกลโล มีความผิดมีความผิด เรื่อง การโฆษณาเกินจริง ตาม พ.ร.บ.อาหาร 2522 หรือการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในหลักของการโฆษณาแล้ว คำพูด สรรพคุณที่ใช้ จะต้องขออนุญาติกับอย.ก่อน คำที่ใช้ต้องเป็นไปตามเลขที่ อย.อนุญาติ เท่านั้น

ยาลดน้ำหนักแกลโลผสมสารอันตราย

ภญ.สุภัทรา กล่าวอีกว่า อยากฝากถึงผู้บริโภคสำหรับผู้หญิงหลังคลอด หากทานอาการเสริมลดความอ้วน จะส่งผลอันตรายต่อร่างกาย ทั้งผู้บริโภคและลูก เนื่องจาก ลูกยังต้องทานนมจากเต้านมแม่ เมื่อแม่ทานอาหารเสริม จะมีส่วนผสมของยาอันตราย เมื่อลูกทานนม น้ำนมแม่ก็จะมีส่วนผสมของยา ดังนั้นอาจะทำให้เด็กพิการได้

แกลโลผสมไซบูทรามีน

ด้าน น.ส.อัจฉรา จุลตาลานนท์ เจ้าหน้าที่นิติบุคคลหมู่บ้านดังกล่าว กล่าวว่า นายพัชรภัทร (ไม่ทราบนามสกุล) มาติดต่อขอซื้อบ้านหลังนี้เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว โดยเปิดบ้านหลังนี้เป็นบริษัท ซึ่งทางนิติบุคคลเคยส่งหนังสือไปแล้วว่าหมู่บ้านแห่งนี้เปิดสำหรับที่พักอาศัยเท่านั้น ห้ามทำธุรกิจในเชิงพาณิชย์เด็ดขาด แต่บ้านหลังดังกล่าวก็ทำธุรกิจเรื่อยมา ซึ่งทางนิติบุคลก็ตักเตือนด้วยวาจาทุกครั้ง กระทั่งเจ้าของบ้านได้มาแจ้งว่าจะทำการปรับปรุงบ้านหลังดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือน โดยวางเงินมัดจำ 20,000 บาท ก่อนจะขนเฟอร์นิเจอร์ออกไป

ยึด-แกลโล-ไซบูทรามีน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ยึดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทั้งหมดไปตรวจสอบหากพบสารต้องห้าม เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ก็จะมีความผิดเพิ่ม และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทันที

ภาพและข่าวจาก มติชน